healthandwellnessorg.com

กองทัพอวกาศสหรัฐฯ กับบทบาทในยุทธการโจมตีอิหร่าน และการเปลี่ยนแปลงนิยามของสงคราม

กองทัพอวกาศสหรัฐฯ กับบทบาทในยุทธการโจมตีอิหร่าน และการเปลี่ยนแปลงนิยามของสงคราม

สมรภูมิใหม่ของโลก: กองทัพอวกาศสหรัฐฯ กับบทบาทในยุทธการโจมตีอิหร่าน และการเปลี่ยนแปลงนิยามของสงคราม
เมื่อคำสั่ง “ยิงโจมตีเยเมน!” ดังกึกก้องขึ้นภายในศูนย์ควบคุมอวกาศของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ หรือ US Space Force ที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด เหล่าทหารในเครื่องแบบที่เรียกกันว่า “Guardians” หรือ “ผู้พิทักษ์” ต่างตอบรับอย่างพร้อมเพรียงด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง: “รับทราบ ยิงโจมตีเยเมน!” ภาพนี้อาจดูเหมือนฉากจากภาพยนตร์ไซไฟ แต่มันคือความเป็นจริงของโลกยุคใหม่ โลกที่สมรภูมิรบขยายตัวจากพื้นดินสู่ห้วงอวกาศ ภายในห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยขีปนาวุธของฐานทัพอวกาศบัคลีย์ ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการระดับแนวหน้า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการถูกโอบล้อมด้วยหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดข้อมูลจากเครือข่ายดาวเทียมทางทหารซึ่งล่องลอยอยู่ในอวกาศ ความสามารถในการตรวจจับลายเซ็นรังสีอินฟราเรดจากการยิงขีปนาวุธทั่วทุกมุมโลก กลายเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันประเทศ
จากการซ้อมรบสู่การปฏิบัติจริง
แม้การซ้อมรบในครั้งนี้จะเป็นเพียงการจำลองสถานการณ์ แต่เมื่อเดือนที่แล้ว กองทัพอวกาศสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติภารกิจจริงอย่างเข้มข้น หลังจากอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศอัล-อูเดดของสหรัฐฯ ในกาตาร์ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่มีเป้าหมายมุ่งทำลายโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานพันเอกหญิงแอน ฮิวจ์ส เล่าถึงวันนั้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า “บรรยากาศในห้องปฏิบัติการนั้นหนักอึ้ง… แต่โชคดีที่เราได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า จึงสามารถติดตามขีปนาวุธและส่งข้อมูลให้ระบบป้องกันภาคพื้นดินได้ทันเวลา” เธอกล่าวอย่างโล่งใจว่า ฐานทัพและบุคลากรของสหรัฐฯ รอดปลอดภัยจากการโจมตี
เทคโนโลยีอวกาศ: เส้นเลือดใหญ่ของสงครามยุคใหม่
ที่ฐานบัคลีย์และศูนย์ใกล้โคโลราโดสปริงส์ หน่วย “เดลต้า 7” ซึ่งมีภารกิจด้านข่าวกรอง เฝ้าระวัง และลาดตระเวนอวกาศ ทำหน้าที่จับตาโลกจากอวกาศผ่านหน้าจอที่แสดงจุดเล็ก ๆ หลายพันจุด ซึ่งแทนตำแหน่งดาวเทียมกว่า 12,000 ดวงที่โคจรรอบโลกพันเอกหญิงฟีนิกซ์ เฮาเซอร์ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองอวกาศ กล่าวว่า เป้าหมายหลักในขณะนี้คือ “จีน” ซึ่งมีดาวเทียมราว 1,000 ดวงในอวกาศ โดยกว่าครึ่งเป็นดาวเทียมทางทหาร เธอเตือนว่า ภายในปี 2030 จำนวนดาวเทียมทั่วโลกระดับต่ำอาจพุ่งทะลุ 60,000 ดวง ซึ่งจะทำให้ห้วงอวกาศกลายเป็นเวทีที่แออัดและเปี่ยมด้วยการแข่งขันทางทหารและเศรษฐกิจ เรากำลังอยู่ในช่วงประลองกำลังแล้วในอวกาศ” เธอกล่าว “เราเห็นการเข้าใกล้อย่างไม่ปลอดภัย การรบกวนสัญญาณ การใช้เลเซอร์ และแม้แต่แขนกลเคลื่อนย้ายดาวเทียม”
จากดาวเทียมสู่สนามรบแม่เหล็กไฟฟ้า
ในปฏิบัติการ “มิดไนท์แฮมเมอร์” ของสหรัฐฯ ที่มีเป้าหมายถล่มโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน กองทัพอวกาศสหรัฐฯ มีบทบาทลับแต่สำคัญ หน่วยรบจากเดลต้า 3 ซึ่งเชี่ยวชาญด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ สามารถใช้จานดาวเทียมและเครื่องส่งคลื่นความถี่สูง สกัดกั้นการสื่อสารฝ่ายตรงข้าม และเปิดทางให้เครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 แทรกซึมเข้าโจมตีได้โดยไร้การตรวจจับพลเอกเดวิด มิลเลอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการปฏิบัติการอวกาศสหรัฐฯ กล่าวถึงการใช้ “สเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า” เพื่อควบคุมสนามรบ ตั้งแต่คลื่นวิทยุไปจนถึงแสงที่มองเห็นได้ “เราต้องรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถป้องกันได้ด้วยพลัง ไม่ใช่เพียงการตอบโต้”
โกลเดน โดม: ปราการเหล็กเหนือฟากฟ้า
แนวคิด “โกลเดน โดม” (Golden Dome) ซึ่งริเริ่มโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คือระบบป้องกันขีปนาวุธระดับชาติ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ไอเอิร์นโดม” ของอิสราเอล งบประมาณเริ่มต้นกว่า 175,000 ล้านดอลลาร์ ถูกอัดฉีดให้กับโครงการนี้ โดยมุ่งเป้าสร้างปราการเรดาร์ขนาดยักษ์ทั่วสหรัฐฯ พร้อมดาวเทียมที่สามารถตรวจจับและสกัดขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ซึ่งจีนและรัสเซียกำลังพัฒนาอย่างเร่งรัดโดยเฉพาะระบบ FOB หรือ Fractional Orbital Bombardment System ที่ให้ขีปนาวุธโคจรรอบโลกชั่วครู่ก่อนยิงลงสู่เป้าหมายจากทิศทางไม่คาดคิด ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามใหม่ที่ยากต่อการตรวจจับด้วยระบบเดิม
อวกาศ: สมรภูมิแห่งยุคสมัยใหม่
ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน การก่อตั้งกองทัพอวกาศสหรัฐฯ เป็นเหมือนสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่า “อวกาศไม่ใช่เพียงพื้นที่ของวิทยาศาสตร์ แต่คือพื้นที่ของการสู้รบ” ทั้งจีนและรัสเซียต่างทดสอบขีปนาวุธต่อต้านดาวเทียม และพัฒนาอาวุธอิเล็กทรอนิกส์เพื่อตัดขาดการสื่อสาร พลเอกมิลเลอร์ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะต้องไม่เพียงแต่ป้องกันอวกาศ แต่ต้องควบคุมมันด้วย “เราต้องสามารถเลือกได้ว่า จะโจมตีเมื่อใด และจะรักษาความเหนือกว่าทางอวกาศไว้ได้อย่างไร” แม้เขาจะไม่เปิดเผยรายละเอียดของศักยภาพเชิงรุก แต่เขาย้ำว่า ทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ทั้งหมด “ขึ้นอยู่กับอวกาศ” ตั้งแต่ GPS ไปจนถึงเครือข่ายการนำทางและการสื่อสารทั่วโลก
คำเตือนสุดท้ายจากผู้นำทัพอวกาศ
ในตอนท้ายของบทสัมภาษณ์ พลเอกมิลเลอร์กล่าวอย่างเข้มข้นว่า เมื่อกองทัพสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปที่สิ่งใดแล้ว ขอให้พระเจ้าช่วยศัตรูของเราด้วยถ้อยคำนี้ไม่ใช่เพียงวาทกรรมทางการเมือง แต่เป็นสัญญาณของโลกที่อวกาศจะไม่ใช่พื้นที่ว่างอีกต่อไป หากแต่คือสมรภูมิใหม่ของอำนาจ ความมั่นคง และการเอาชีวิตรอด

credit : https://www.bbc.com/thai/articles/cg4rw1qqe69o

Related Articles